ReadyPlanet.com
dot dot


แบนเนอร์ตัวอย่าง
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
http://www.agoda.co.th/?type=1&site_id=1410012&url=http://www.agoda.co.th/&tag=1d687fcf-6036-43cf-b5d6-ff6bcd3727ea&gclid=COzxssqp37ICFQp76woddyoAfQ&cklg=1
แบนเนอร์ตัวอย่าง
แบนเนอร์ตัวอย่าง


ท่องเที่ยวมาเก๊า

 

ท่องเที่ยวมาเก๊า

          

รู้จักมาเก๊า
ในบรรดาบ้านใกล้เรือนเคียงที่น่าตื่นตาตื่นใจ ขอบอกว่า “มาเก๊า” สามารถเข้าไปนั่งอยู่ในใจคุณได้สบายๆ เพราะนอกเหนือไปจากบ่อนการพนัน และคาสิโนนามระบือซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกแล้ว มาเก๊ายังมีภาพความงาม แห่งศิลปวัฒนธรรมของโลกตะวันออกและตะวันตกให้ได้ชื่นชม แถมยังมีมนต์เสน่ห์แห่งความเชื่อและศรัทธาทางศาสนา ตลอดจนวิถีชิวิตที่ผสมผสานกันอย่างกลมกลืน ทำให้นักเดินทางที่ได้สัมผัสกับมาเก๊าต้องตกอยู่ในอาการตะลึงกันมาแล้ว เพราะในความรู้สึกของคนทั่วไป “มาเก๊า” เป็นเมืองแห่งการพนันและคาสิโน จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า มาเก๊าซ่อนมนต์เสน่ห์แห่งความรุ่มรวยทางศิลปะเอาไว้อย่างน่าทึ่ง
นี่แหละมิติใหม่ของ “มาเก๊า” ที่อยากเล่าให้ฟัง !

ทำไมต้องชื่อ “มาเก๊า” ?
ชื่อ “มาเก๊า” มีต้นกำเนิดมาจาก “อาม่า” องค์เทพธิดาแห่งท้องทะเลผู้ศักดิ์สิทธิ์ ตามตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า “อาม่า” องค์นี้คือ “หลิงม่า” หญิงสาวชาวฟูเจี้ยน ที่วันหนึ่งเธอต้องการข้ามฝั่งมายังคาบสมุทรดอกลิลลี่ขาว หรือ เอ้าเหมิน ตามชื่อในภาษาจีนจึงขอโดยสารมากับเรือของชาวประมงชราคนหนึ่งซึ่งมีเพียงเรือลำเล็กๆ ในระหว่างที่เรือล่องอยู่กลางทะเลเกิดมีพายุขึ้นอย่างรุนแรง จนทำให้เรือหลายลำต้องอับปาง แต่ด้วยปาฎิหาริย์ในคำสั่งฟ้าของหลิงม่าทำให้เรือที่เธอโดยสารมากับชาวประมงชรา สามารถเดินทางมาถึงฝั่งได้อย่างปลอดภัย ทันทีที่ “หลิงม่า” ก้าวเท้าขึ้นสู่ฝั่งเธอก็ลอยขึ้นไปบนฟ้าและหายลับไป ชาวประมงทั้งหลายต่างเชื่อกันว่า เธอคือองค์เทพธิดาแห่งท้องทะเล นับตั้งแต่นั้นดินแดนแห่งนี้ก็ได้รับการขนานนามว่า “อ่าวของอาม่า” หรือ “A-Ma-Goa” ที่เพี้ยนเสียงมาเป็น “มาเก๊า” ในปัจจุบัน


แล้วสงสัยกันไหมว่าทำไม “มาเก๊า” ถึงได้กลายเป็นอาณานิคมของโปรตุเกสได้ ?


   สมัยก่อนโปรตุเกสขึ้นชื่อว่าเป็นนักรบทางทะเลที่มีฝีมือฉกาจฉกรรจ์ แถมยังเป็นนักเดินเรือที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ดั้งนั้นการเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในมาเก๊าดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด โปรตุเกสต้องฟันฝ่าอุปสรรคนานาประการ เพราะกว่าจีนจะให้การยอมรับก็ต้องใช้เวลาอยู่นาน จนเมื่อจอร์จ แอลวาเรส นักสำรวจชาวโปรตุเกสเข้าไปเพื่อติดต่อทำการค้าที่เมืองจีนเป็นคนแรก และสร้างความพึงพอใจให้กับชาวจีน ความสัมพันธ์อันดีระหว่างชาวโปรตุเกสกับชาวจีนจึงได้เริ่มต้นขึ้น หลังจากนั้นมาเก๊าก็กลายเป็นผืนดินแห่งแรกที่ชาวตะวันตกเดินทางเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในดินแดนตะวันออกไกล  ในปี ค.ศ. 1533 นายพันเอก ลีโอเนล เดอ โซซ่า ทหารเรือชาวโปรตุเกสได้ลงนามทำสนธิสัญญากับเจ้าเมืองกวางตุ้ง โดยในสนธิสัญญามีข้อตกลงอยู่ว่าหากโปรตุเกสสามารถปราบโจรสลัด และทำการยึดเมืองที่โจรสลัดครอบครองไว้ได้สำเร็จ จีนจะอนุญาตให้โปรตุเกสเข้ามาทำการค้า ซึ่งในที่สุดโปรตุเกสก็สามารถยึดเมืองมาเก๊าอันเป็นฐานที่มั่นสำคัญของโจรสลัดได้จริงๆ โปรตุเกสจึงมีโอกาสเข้ามาสร้างอาณานิคมอยู่ใน “มาเก๊า” ตามข้อตกลง นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1557 เป็นต้นมา
ตลอดระยะเวลาแห่งการครอบครอง ใครๆมักจะพูดกันว่า มาเก๊าเป็นอาณานิคมของโปรตุเกส แต่โปรตุเกสเองกลับคิดเพียงว่ามาเก๊าคือหนึ่งจังหวัดที่อยู่ทางโพ้นทะเลเท่านั้น ซึ่งแม้จะมีการแต่งตั้งข้าหลวงใหญ่มาปกครอง แต่ชนชาวพื้นเมืองก็มีสิทธิเสรีภาพอย่างเต็มที่    โปรตุเกสทำการบุกเบิกให้มาเก๊ากลายเป็นเมืองท่า ทางการค้าที่สำคัญ และนำพาความเจริญในทุกด้านเข้ามาสู่เมืองเล็กๆแห่งนี้ ในยุคนั้นถือว่าเป็นช่วงเวลาที่มาเก๊าเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด ตึกรามบ้านช่องและอาคารสิ่งปลูกสร้างต่างได้รับอิทธิพลทางสถาปัตยกรรมของตะวันตก สังเกตได้จากคฤหาสน์ที่โอ่อ่า โบสถ์เก่าแก่ศิลปะแบบบารอค ความยิ่งใหญ่ของป้อมปราการ รวมไปถึงถนนสายคดเดี้ยวสไตล์ยุโรป แต่ถึงอย่างไร ที่นี่ก็ยังคงลักษณะศิลปกรรมตามแบบจีนเอาไว้อย่างสมบูรณ์ สิ่งที่ยังคงปรากฎทำให้มาเก๊ากรุ่นไปด้วยมนต์เสน่ห์ของความเป็นยุโรปกลางเอเชีย
หลังจากมาเก๊าได้รับการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางทางการค้า พวกมิชชันนารีที่เดินทางเข้ามาก็ใช้ที่นี่เป็นสถานที่เผยแพร่ศาสนาไปยังประเทศจีนและญี่ปุ่น ความเจริญรุ่งเรืองที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักล่าอาณานิคมชาติต่างๆต้องการเข้ามาแย่งชิงมาเก๊าไปจากโปรตุเกส แต่สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ต่อกำลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่ง มาเก๊าจึงคงอยู่ภายใต้การปกครองของโปรตุเกสมาได้เป็นเวลายาวนานกว่า 400 ปี วิถีชีวิตของชาวมาเก๊าดำเนินไปอย่างเรียบง่าย จนกระทั่งวันที่โปรตุเกสพลิกประวัติศาสตร์ ด้วยการทำพิธีส่งมอบมาเก๊าคืนให้กับสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ค.ศ.1999 นับจากวันนั้น มาเก๊าก็ได้กลายเป็นหนึ่งในเขตปกครองพิเศษของจีนอย่างสมบูรณ์ แต่ยังคงสภาพทางการเมืองการปกครองในรูปแบบของหนึ่งประเทศสองระบบ ส่งผลให้มาเก๊าโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์แห่งการผสมผสานระหว่างสองวัฒนธรรมอย่างลงตัวที่สุด

ที่ตั้งและอาณาเขต

     มาเก๊าตั้งอยู่ในเขตมณฑลกวางตุ้ง บนชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของสามเหลี่ยม ปากแม่น้ำเพิร์ล มีอาณาเขตติดกับตำบลกงเป่ย หรือขงปั๊กของจีน (Gongbei)    เขตปกครองพิเศษมาเก๊า มีเนื้อที่ทั้งหมด 29.7 ตารางกิโลเมตร / เกาะไทปา(Taipa) 6.8 ตารางกิโลเมตร / และโคไท "COTAI" พื้นที่ซึ่งพัฒนาขึ้นใหม่จากการถมทะเลอีก 6 ตารางกิโลเมตร   ระหว่างคาบสมุทรมาเก๊ากับเกาะไทปา เชื่อมถึงกันด้วย สะพาน 3 สะพาน คือ สะพานมาเก๊า-ไทปา ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร, สะพานมิตรภาพ (Friendship Bridge) ระยะทาง 4.5 กิโลเมตร และสะพานกูวือร์นาดอร์ นอบรือ ดือ การ์วาลญู (Governor Nobre de Carvalho) หรือสะพานไซวานซึ่งเปิดใช้เมื่อวันที่ 09 มกราคม ค.ศ.2005 เป็นสะพาน 2 ชั้น ชั้นล่างจะเปิดเฉพาะช่วงมีไต้ฝุ่นเข้ามาเก๊าเท่านั้น สะพานนี้มีความยาว 2.2 กิโลเมตร
นอกเหนือจากบริเวณด่านกงเป่ยหรือขงปั๊กแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถเข้าสู่สาธารณรัฐประชาชนจีนได้โดยผ่านด่านพรมแดนโคไท ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเกาะไทปาและโคโลอาน

เวลา
เวลาในมาเก๊าเร็วกว่าในประเทศไทย 1 ชั่วโมง

ประชากร
ปัจจุบันมาเก๊า ประชากรรวมทั้งสิ้นประมาณ 544,600 คน 94%เป็นชนชาวจีนที่เดินทางมาจากจังหวัดต่างๆ อาทิ กวางตุ้ง และฟูเจี้ยน ส่วนที่เหลืออีก 6% เป็นชาวโปรตุเกส ยุโรป และชนชาติอื่นๆ

ภาษา
ภาษาจีนและโปรตุเกสเป็นภาษาที่ใช้ในราชการ แต่ภาษาจีนกวางตุ้ง เป็นภาษาที่ใช้ในการสื่อสารของคนท้องถิ่น ส่วนภาษาอังกฤษใช้ทั่วไปตามร้านค้า ภัตตาคาร และโรงแรม

หน่วยเงินตรา

   สกุลเงินของมาเก๊า มีชื่อเรียกว่า “ปาตากาส์” (MOP$) 1 ปาตากาส์ มีค่า 100 อาโวส(AVOS) ซึ่งค่าเงินดังกล่าวกำหนดเป็นธนบัตรและเหรียญ โดยแบ่งออกเป็น
เหรียญ 10, 20 และ 50 อาโวส : 1, 2, 5 และ 10 ปาตากาส์
ธนบัตร 10, 20, 50, 100, 500 และ 1,000 ปาตากาส์

ค่าเงินสกุลปาตากาส์ของมาเก๊าผูกติดกับเงินสกุลดอลล่าร์ของฮ่องกง ซึ่งนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยมีอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 103.20 ปาตากาส์ = 100 ดอลล่าร์ฮ่องกง จะมีค่าความเปลี่ยนแปลงอยู่ไม่เกิน 10%
เงินดอลล่าร์ฮ่องกง เป็นที่ใช้กันแพร่หลายในมาเก๊า โดยมักจะใช้แลกเปลี่ยนในอัตรา 1 ต่อ 1 คือ หากมูลค่าสินค้าเท่ากับ 5 MOP$ ก็สามารถชำระเป็น 5 HK$ ก็ได้
หากเทียบกับค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ 1 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐฯ มีค่าประมาณ 8 ปาตากาส์
เช็คเดินทางและเงินสกุลต่างประเทศอื่นๆ สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินปาตากาส์ได้ที่โรงแรมต่างๆ ธนาคาร และสถานที่รับแลกเปลี่ยนเงินตราที่ได้รับอนุญาต นอกเหนือจากเวลาทำการนักท่องเที่ยวสามารถแลกเปลี่ยนเงินตราได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่สนามบินบนเกาะไทปาและที่โรงแรม
ตามปกติธนาคารต่างๆในมาเก๊าเปิดให้บริการวันจันทร์-วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 17.00 น. ทั้งนี้ โรงแรม ร้านค้า และภัตตาคาร ส่วนใหญ่ยินดีรับบัตรเครดิต


สภาพภูมิอากาศ
มาเก๊า มีภูมิอากาศค่อนข้างอบอุ่น โดยเฉลี่ยอยู่ราว 20 องศาเซลเซียส (68 ฟาเรนไฮด์) หรือระหว่าง 16-25 องศาเซลเซียส มีความชื้นสัมพัทธ์สูงเฉลี่ย 73%-90% โดยแบ่งเป็นฤดูกาลต่างๆ ได้ดังนี้
ฤดูใบไม้ร่วง (เดือนตุลาคม – ธันวาคม)
ถือเป็นช่วงที่อากาศดีที่สุด เหมาะแก่การท่องเที่ยว
ฤดูหนาว (เดือนมกราคม – มีนาคม)
แม้ว่าจะมีอากาศค่อนข้างหนาว แต่ก็มีแสงแดด ให้พออบอุ่น เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการไปสัมผัสอากาศหนาว
ฤดูร้อนและฝน (เดือนเมษายน - กันยายน)
ในช่วงนี้อากาศจะเริ่มร้อนอบอ้าว และมีความชื้น สัมพัทธ์สูงในบางช่วงจะมีฝนตกและมักเกิดพายุไต้ฝุ่นราวเดือนมิถุนายน – สิงหาคม กรณีที่เกิดพายุไต้ฝุ่นถึงระดับ8 สะพานเชื่อมไทปา, โคโลอาน จะถูกปิดลงชั่วคราว ขณะเดียวกันการเดินเรือโดยสารและเที่ยวบินต่างๆ ระหว่าง ฮ่องกง-มาเก๊า จะถูกยกเลิกชั่วคราว จนกว่าจะปลอดภัย
 

 

ธงชาติมาเก๊า

     ธงประจำเขตบริหารพิเศษมาเก๊าแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน  มีลักษณะเป็นธงพื้นสีเขียว กลางมีรูปดอกบัวสีขาวลอยอยู่เหนือรูปสะพานผู้ว่าการโนเบรอ เดอ คาร์วาลโฮ (Ponte Governador Nobre de Carvalho) และผืนน้ำ รูปเหล่านี้เป็นสีขาว เหนือรูปดอกบัวนั้นมีรูปแถวโค้งของดาวสีทอง 5 ดาว รูปดาวนั้นเป็นรูปดาวใหญ่อยู่ตรงกลาง 1 ดวง ดาวเล็ก 4 ดวง (ล้อมดาวใหญ่ข้างละ 2 ดวง)
รูปดอกบัวที่อยู่ในสัญลักษณ์นี้ เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ประจำแผ่นดินมาเก๊า ส่วนสะพานผู้ว่าการโนเบรอ เดอ คาร์วาลโฮ คือสะพานสำคัญที่เชื่อมโยงระหว่างคาบสมุทรมาเก๊ากับเกาะไทปา อันถือว่าเป็นจุดสังเกตที่สำคัญที่สุดของมาเก๊า ที่ตอนล่างของสะพาน ซึ่งเป็นรูปผืนน้ำนั้น มีความหมายในเชิงสัญลักษณ์ว่า ที่นี่เป็นเมืองท่าที่สำคัญยิ่ง และรูปดาว 5 ดวง ซึ่งอยู่เหนือดอกบัว มีที่มาจากดาว 5 ดวง ในธงชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน แสดงฐานะว่า ประเทศจีนเป็นผู้ปกครองดินแดนแห่งนี้

วีซ่า
มาเก๊ายินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกชาติทุกภาษาเข้าสู่มาเก๊า ดังนั้น นักท่องเที่ยวเกือบทุกชาติศาสนาจึงได้รับการยกเว้นไม่ต้องทำวีซ่า ยกเว้นบางประเทศเท่านั้น (ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
http://www.macautourism.gov.mo/en/info/get2macau.php) สำหรับนักท่องเที่ยวสัญชาติไทย สามารถเดินทางเข้ามาเก๊าโดยไม่ต้องทำวีซ่า และสามารถ พำนักอยู่ในมาเก๊าได้คราวละไม่เกิน 30 วัน ข้อมูลเรื่องวีซ่าดูเพิ่มเติมได้ที่ www.fsm.gov.mo/psp/eng/EDoN.html อีเมล : sminfo@fsm.gov.mo
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางต่อไปยังเมืองจีนจะต้องมีวีซ่า สามารถดำเนินการผ่านทาง CTS (China travel Service) โดยในมาเก๊าจะมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เลขที่ 35 Rua de Nagazaki โทรศัพท์ (853) 28700888 หรือที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรทีกงเป่ย / ขงปั๊ก (Gongbei) ซึ่งวีซ่าที่ออกให้เป็นวีซ่าที่ใช้พำนักอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษเมืองจูไห่ได้เป็นเวลา 3 วัน ส่วนนักท่องเที่ยวที่ถือพลาสปอร์ตโปรตุเกส สามารถติดต่อได้ที่สถานกงสุลโปรตุเกส ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 45 Rua Pedro Nolasco da Silva หรือโทรศัพท์ (853) 28356660-2 

การแต่งกาย
ในช่วงฤดูร้อน ควรสวมใส่เสื้อผ้าเนื้อบางเบาคล้ายบ้านเรา ในฤดูหนาว ควรสวมใส่เสื้อแจ็คเก็ตหนา ๆ หรือโอเวอร์โค้ต และควรพกเสื้อกันลมติดตัวไปด้วย

น้ำประปา
น้ำประปาที่มาเก๊า เกาะไทปา และโคโลอาน สามารถดื่มได้ เนื่องจากได้รับการตรวจสอบคุณภาพตามมาตรฐานสากล จากกรมสุขภาพอนามัยของมาเก๊าเป็นที่เรียบร้อย

ระบบไฟฟ้า

     โดยทั่วไปจะใช้กระแสไฟฟ้า 220 โวลท์ แบบปลั๊ก 3ตาหัวเหลี่ยม หรือ บางสถานที่ใช้หัวกลม

ข้อบังคับเกี่ยวกับสุขภาพและโรงพยาบาล
ผู้ที่เดินทางเข้ามาเก๊าไม่จำเป็นต้องมีใบรับรองการฉีดวัคซีนหรือใบรับรองทางการแพทย์อื่นๆ ยกเว้นในสถานการณ์ที่เกิดโรคระบาดขึ้นในมาเก๊าและประเทศอื่นๆ ภายในภูมิภาค    ในกรณีเหตุฉุกเฉิน นักท่องเที่ยวสามารถไปติดต่อได้ที่โรงพยาบาลของรัฐ St.Januario ซึ่งตั้งอยู่ที่ Estrada do Visconde de S. Januario โทรศัพท์ 28313731 หรือที่โรงพยาบาลเอกชน Kiang Wu บนถนน Estrada Coelho do Amaral โทรศัพท์ 28371333 โดยโรงพยาบาลทั้งสองแห่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนกรณีเจ็บป่วยไม่ร้ายแรง นักท่องเที่ยวสามารถเข้ารับการรักษาได้ ที่ศูนย์สุขภาพ หรือ คลินิกที่มีอยู่ทั่วไปในมาเก๊า อย่างเช่น Tap Seac Health Centre ซึ่งตั้งอยู่ระหว่าง Rua do Campo และ Avenida Conselheiro Ferreira de Almeida โทร.(853) 28522232
นอกจากการรักษาตามแบบแพทย์แผนปัจจุบันแล้ว ที่นี่ยังมีบริการรักษาตามแบบแพทย์แผนจีนโบราณอีกด้วย ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ได้ที่โทรศัพท์ 28562404 หรือที่โรงพยาบาล Kiang Wu โทรศัพท์ 28371333

ความปลอดภัย
มาเก๊าเป็นประเทศที่ปลอดภัย แต่ถ้ามีเหตุฉุกเฉินขึ้นมา โทร 999 หรือ ฮอตไลน์ เบอร์ 110 และ 112

สื่อและข้อมูลข่าวสารต่างๆ
ในมาเก๊า นอกจากหนังสือพิมพ์รายวันและรายสัปดาห์มากมาย ซึ่งตีพิมพ์ในภาษาโปรตุเกส และภาษาจีนแล้ว ยังมีนิตยสารอีก 2 ฉบับ คือ Revista de Cultura ของสถาบันวัฒนธรรมและ นิตยสาร Macau ตีพิมพ์เป็นภาษาโปรตุเกส ภาษาจีน และภาษาอังกฤษ โดยนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับวิถีชีวิตวัฒนธรรมในมาเก๊าและภูมิภาคต่างๆ โดยนิตยสาร Revista de Cultura ของสถาบันวัฒนธรรมออกวางตลาดทุก 4 เดือน สำหรับนิตยสาร Macau มีการแบ่งช่วงเวลาการวางจำหน่ายโดยภาษาโปรตุเกสจะเป็นนิตยสารรายเดือน ภาษาจีนเป็นนิตยสารรายสองเดือน ส่วนภาษาอังกฤษวางตลาดรายปี นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ ภาษาจีนและวารสารจากต่างประเทศก็สามารถซื้ออ่านได้จากแผงขายหนังสือพิมพ์ทั่วไป หรือตามโรงแรมใหญ่ๆ
ปัจจุบันมาเก๊ามีสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นอยู่ 2 ช่อง ออกอากาศเป็นภาษาจีน และภาษาโปรตุเกสอย่างละหนึ่งช่อง โดยแต่ละสถานีผลิตรายการของตนเองแต่ตามโรงแรมใหญ่ๆ ในมาเก๊าจะมีรายการโทรทัศน์จากต่างประเทศ และเคเบิลทีวีให้ชมนอกเหนือจากรายการโทรทัศน์ท้องถิ่น

บริการไปรษณีย์และการสื่อสาร

โทรศัพท์
มาเก๊าไม่มีการคิดอัตราค่าโทรศัพท์ภายในประเทศสำหรับเครื่องโทรศัพท์ตามบ้าน แต่ถ้าเป็นโทรศัพท์สาธารณะจะเสียค่าใช้จ่ายครั้งละ 1 ปาตากาส์ โดยบัตรโทรศัพท์มีราคา 50, 100 และ 150 ปาตากาส์ ตามย่านธุรกิจสำคัญๆ มีตู้โทรศัพท์ที่ใช้เครดิตการ์ดให้บริการ มือถือจากเมืองไทยที่เปิดบริการ Roaming สามารถเปิดใช้ที่มาเก๊าได้เลย

ไปรษณีย์

  ที่ทำการไปรษณีย์ของมาเก๊ามีประสิทธิภาพสูงและไว้วางใจได้ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเลือกส่งไปรษณีย์ทั้งแบบธรรมดาและด่วนพิเศษได้

ที่ทำการไปรษณีย์สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ Senado Square
เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 น. - 19.00 น. และวันเสาร์ 09.00 น. -13.00 น.

ท่าเรือเฟอร์รี่ (บริเวณผู้โดยสารขาเข้า) และสนามบินนานาชาติมาเก๊า(ฝั่งผู้โดยสารขาออก)
เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – เสาร์ เวลา 10.00 น. - 19.00 น.

ที่ทำการไปรษณีย์ Rua do Campo ตั้งอยู่ชั้นล่างตึกบริหารรัฐกิจ
เปิดให้บริการทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 08.30 - 19.00 น.

พิพิธภัณฑ์การสื่อสาร ตั้งอยู่ Estrada de D.Maria II, เลขที่ 7 ส่งเอกสารไม่เกิน 2 กิโลกรัม
เปิดให้บริการทุกวันอังคารถึงวันอาทิตย์ เวลา 09.30 - 17.30 น.
 

นอกจากนี้ยังมีตู้ไปรษณีย์อัตโนมัติ 30 เครื่อง ตั้งอยู่จุดชุมชนทั่วไปในมาเก๊า ข้อมูลเพิ่มเติมดูเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซด์ http://www.macaucep.gov.mo/eng/. หรือ ติดต่อ (853) 2832 3666       ที่ทำการไปรษณีย์มีบริการโอนเงินผ่านทาง Western Union โดยใช้บริการได้ที่ไปรษณีย์กลางเซนาโด้สแควร์, ไปรษณีย์ Rua de Sé (ด้านหลังที่ทำการไปรษณีย์สำนักงานใหญ่), ไปรษณีย์ท่าเรือเฟอร์รี่, ไปรษณีย์ที่ตั้งอยู่ที่ Almirante Lacerda, ไปรษณีย์สนามบินมาเก๊า, ไปรษณีย์ Ocean Gardens, ไปรษณีย์โคโลอาน, ที่ทำการไปรษณีย์ในพิพิธภัณฑ์การสื่อสารและบริษัทที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนที่ทำการไปรษณีย์ เปิดทำการวันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 08.30 - 18.00 น., วันเสาร์ เวลา 09.30 - 13.00 น. และวันอาทิตย์ 14.30 - 18.00 น. ข้อมูลเพิ่มเติมดูเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซด์ http://www.macaucep.gov.mo หรือติดต่อ (853) 8396 8319

สะสมแสตมป์
สำหรับนักสะสมแสตมป์ กรมไปรษณีย์ของมาเก๊าได้ออกแสตมป์รวมถึงโปสการ์ดคอลเล็กชั่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องและโปสการ์ดสำหรับสะสมโดยซื้อที่ไปรษณีย์กลางเปิดให้บริการทุกวันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 09.00 น. – 18.00 น. และวันอาทิตย์ 13.00 น. – 18.00 น. ข้อมูลเพิ่มเติมดูเพิ่มได้ที่เว็บไซด์
https://www.macaupost.gov.mo/Philately/Default.aspx

บริการอินเตอร์เน็ต

     ในมาเก๊ามีบริการอินเตอร์เน็ตอยู่ที่ศูนย์ Macau Business Tourism Center, ห้องสมุดประชาชน และตามโรงแรมใหญ่ๆ นอกจากนี้ยังสามารถเลือกใช้บริการได้ตาม Internet Café ที่มีอยู่ทั่วไป
ดูข้อมูลเพิ่มเติมการบริการอินเตอร์เน็ตในห้องสมุดได้ที่
http://www.library.gov.mo หรือ http://library.iacm.gov.mo
นอกจากนี้ยังมีอินเตอร์เน็ต "wifi" ให้บริการฟรี ตั้งแต่เวลา 8 โมงเช้าถึงตีหนึ่ง ทั้งนี้นักท่องเที่ยวสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบธรรมดา โดยเข้าไปที่ wifigo หรือเชื่อมต่อแบบใช้รหัสลับเพื่อป้องกันข้อมูล ให้เข้าไปที่ wifigo-s โดยใช้ username & password : wifigo โดยใช้เวลาต่อครั้งไม่เกิน 45 นาที
ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่
http://www.wifi.gov.mo หรือติดต่อฮอตไลน์ (853) 2828 3883

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

วัดเจ้าแม่กวนอิม (Kun Iam Temple)
ถือเป็นการไหว้พระเอาฤกษ์เอาชัย เพราะวัดแห่งนี้เป็นวัดใหญ่และเก่าแก่มากที่สุดในมาเก๊า สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 13  ภายในวัดสัมผัสได้ถึงความศักดิ์สิทธิ์และมนต์ขลังอันเก่าแก่ของสถาปัตยกรรมของชาวจีนที่ดูมีเสน่ห์ในแบบฉบับของชาวจีน ซึ่งภายในวัดแห่งนี้มีพระพุทธรูปที่ชาวมาเก๊าเคารพนับถืออยู่หลายองค์ ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูปพระพุทธเจ้า 3 ยุค ที่มีประดิษฐานอยู่ด้วยกัน 3 องค์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาทางพระพุทธศาสนาที่ว่า มี อดีต ปัจจุบัน และอนาคตมีพระยูไล ที่คนมาเก๊าให้ความเคารพนับถือมากราบไหว้ขอพรกันเยอะ และองค์ที่โดดเด่นเป็นพิเศษเห็นจะเป็น องค์เจ้าแม่กวนอิม ที่แต่งองค์ทรงเครื่องด้วยชุดเจ้าสาวของจีนที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมอย่างงดงาม


โบสถ์เซนต์ปอล (Ruins of St. Paul's)
โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1602 เพื่อใช้เป็นโรงเรียนสอนศาสนาแห่งแรกของชาวตะวันตกในดินแดนตะวันออกไกล แต่ต่อมาในปี ค.ศ. 1835 ได้เกิดเพลิงไหม้อย่างรุนแรง ทำให้เกิดความเสียหายทั้งหลัง กระทั่งในปี ค.ศ. 1991 ได้รับการบูรณะใหม่และคงเหลือไว้เพียงแต่ประตูหน้าและบันไดทางเข้าอย่างที่เห็น ส่วนด้านหลังโบสถ์เป็นพิพิธภัณฑ์ทางศาสนา ที่รวบรวมภาพเขียนและอุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบพิธีทางศาสนา รวมไปถึงยังมีหลุมฝังศพของบาทหลวงวาลิคนาโน ผู้ก่อตั้ง และโครงกระดูกของผู้เสียชีวิตเมื่อคราวที่เกิดไฟไหม้ครั้งนั้น

เซนาโด้สแควร์ (Senado Square)
ย่านการค้าที่มีสินค้าขายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้าแฟชั่น สินค้าแบรนด์เนม เฟอร์นิเจอร์โบราณ เครื่องประดับ รวมไปถึงของที่ระลึก เรียกว่ามาที่นี่ที่เดียวก็ได้ของครบครัน ถูกใจสาวนักชอปอย่างมากๆและนอกจากที่เซนาโด้สแควร์จะเป็นแหล่งชอปปิ้งยอดนิยมแล้ว ที่นี่ยังมีความโดดเด่นในแง่ของสถาปัตกรรม แค่เพียงพื้นถนนที่ปูลาดด้วยกระเบื้อง เป็นลอนคลื่นเหมือนท้องทะเลก็โดดเด่นและงดงามแปลกมากแล้ว และย่านนี้ยังรายล้อมไปด้วยอาคารต่างๆ ที่ก่อสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปหลากสีสันสวยงามยิ่งนัก ทำให้รู้สึกเหมือนกับว่ากำลังเดินชอปปิ้งอยู่ในมหานครลอนดอนอย่างไรอย่างนั้น

เจ้าแม่กวนอิมปรางค์ทอง (Kun Iam Statue)
ที่ตั้งอยู่ริมทะเล เจ้าแม่กวนอิมองค์ทองสร้างด้วยทองสัมฤทธิ์ทั้งองค์ มีความสูง 18 เมตร หนักกว่า 1.8 ตัน ประดิษฐานอยู่บนฐานดอกบัวดูงดงามอ่อนช้อย สะท้อนกับแดดยามเย็นเป็นประกายเรืองรองเหลืองอร่ามงดงามจับตา  เจ้าแม่กวนอิมองค์นี้เป็นเจ้าแม่กวนอิมลูกครึ่ง คือปั้นเป็นองค์เจ้าแม่กวนอิม แต่ว่ากลับมีพระพักตร์เป็นหน้าพระแม่มารี ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าเป็นเจ้าแม่กวนอิมที่โปรตุเกสตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับมาเก๊า ในโอกาสที่ส่งมอบมาเก๊าคืนให้กับจีน เพื่อที่ว่าคนรุ่นหลังเห็นแล้วจะได้ระลึกถึงว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่โปรตุเกสมอบให้กับมาเก๊า และภายใต้ฐานรูปปั้นยังจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงถึงประวัติความเป็นมาอีกด้วย

บ่อนคาสิโนลิสต์บัว(Lisboa)
ของสแตนลีย์ โฮ เศรษฐีชื่อดังเจ้าของบ่อนจำนวนมากในมาเก๊าบ่อนขนาดใหญ่เปิดใหม่อย่าง แซนด์ (Sands) ซึ่งมีเจ้าของเป็นคนอเมริกันแทน การเข้าไปในบ่อนนั้นมีความเข้มงวดมาก ต้องผ่านการตรวจดูสิ่งของในกระเป๋า แถมห้ามถ่ายภาพอีกต่างหาก ภายในบ่อนเต็มไปด้วยเกมส์การพนันเสี่ยงโชคมากมาย ไม่ว่าจะเป็น baccarat, blackjack, roulette, boule, big and small, fan-tan และ slot machines

พิพิธภัณฑ์บ้านไทปา (Taipa Houses Museum)
เป็นอีกพิพิธภัณฑ์หนึ่งซึ่งมีความสวยงามและขึ้นชื่อว่าเป็นถนนสายโรแมนติกของทุกคู่รัก โอบล้อมด้วยบรรยากาศที่ร่มรื่นสวยงาม ด้วยอาคารสไตล์โปรตุเกส 5 หลังสีเขียวขาวคลาสสิค ซึ่งมีชื่อเรียกต่างกัน คือ Macanese House, House of Islands, House of Portugal Regions, Exhibition Gallery และ Reception House แต่ละหลังจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับ วิถีชีวิตของชาวมาเก๊า และชาวโปรตุเกสที่น่าสนใจ เป็นการจำลองภาพชีวิตในอดีตให้เห็นและสัมผัสกันได้เต็มความรู้สึก ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย รวมไปถึงภาพถ่ายแห่งความทรงจำ ของเกาะไทปาและโคโลอาน ในส่วนของ Exhibition Gallery จะจัดแสดงนิทรรศการทางศิลปะ และภาพภ่ายหมุนเวียนให้ผู้สนใจเข้าชมได้ตลอดทั้งปี

ป้อมมองเต และพิพิธภัณฑ์มาเก๊า (Monte Fort & Museum of Macau)
สร้างขึ้นในระหว่างปี ค.ศ. 1617-1626 ในอดีตใช้เป็นกำแพงเมือง เพื่อป้องกันการรุกรานของชาวดัทช์ ปัจจุบันที่นี่ได้รับการดัดแปลงให้เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของมาเก๊า ภายในจัดแสดงประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตวัฒนธรรมมาเก๊า ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน บริเวณรอบนอกของอาคาร จัดแสดงปืนใหญ่โบราณ ซึ่งบางกระบอกก็ยังสามารถใช้การได้ จากบริเวณนี้ คุณสามารถชมทัศนียภาพความงาม ของเมืองมาเก๊าได้อย่างเต็มตา รวมทั้งซื้อหาสินค้าหรือของที่ระลึกจากมาเก๊ากลับมาเป็นของฝากได้อีกด้วย

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :  www.macautourism.gov.mo

 

 

 

 

 

 

 

 

 








Copyright © 2011 All Rights Reserved.
บริษัทสมูท ทู ฟลาย จำกัด
2738 ถนน สุขุมวิท แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพ 10260
โทร.02-744-7728-9 แฟ๊กซ์.02-744-7729
E-Mail:smooth2fly@gmail.com
www.smooth2fly.com